วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

นิทาน เรื่อง สุนัขจิ้งจอกกับพวงองุ่น ◕‿◕



สุนัขจิ้งจอกกับพวงองุ่น


สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่งกระหายน้ำมาก มันเห็นพวงองุ่น จึงคิดจะกินดับกระหาย
มันพยายามกระโดด แต่จนแล้วจนเล่า
มันก็ไม่สามารถกระโดดถึงพวงองุ่น
มันจึงละความพยายาม และพูดว่า เจ้าองุ่นนี่ต้องเปรี้ยวเกินที่จะกินแน่

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเราเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการมักจะกล่าวโทษผู้อื่น
ง

♥10 สุดยอด สถานที่ท่องเที่ยวไทย (Top 10 Places in Thailand) ♥


♥10 สุดยอด สถานที่ท่องเที่ยวไทย (Top 10 Places in Thailand)♥


ดอยม่อนแจ่ม        ภาพจาก : gorillarun.multiply.com
เรียกว่าฮอตข้ามปีกันเลยทีเดียวสำหรับ ดอยม่อนแจ่ม ที่แจ่มสมชื่อ จนตอนนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ไปแล้ว ด้วยทัศนียภาพอันสวยงาม โอมล้อมด้วยขุนเขา อากาศหนาว แนบชิดสนิทธรรมชาติ ประกอบกับวิถีชีวิตชนพื้นเมือง ที่ใครไปแล้วล้วนประทับใจทั้งสิ้น คุณล่ะ ไปรึยัง ?
สังขละบุรีภาพจาก siamfishing.com
ด้วยความที่ใกล้กรุงเทพฯ ผสมกับเสน่ห์เฉพาะตัวแห่งวิถีชาวมอญ ทำให้สังขละบุรี เป็นสถานที่ครองใจใครหลายคน อีกทั้งสะพานมอญเพิ่งบูรณะเสร็จสมบูรณ์ ทำให้นักท่องเที่ยวแห่แหนไปเยือนมากขึ้น อีกทั้งยังมีวัดวังวิเวการาม ที่จมอยู่ใต้น้ำ ให้คุณได้สัมผัสความขลังแบบใกล้ชิด อย่ารอช้า ไปสัมผัสด้วยตาของตัวเอง
เกาะกูด
เกาะสวรรค์ แห่งชายฝั่งตะวันออก เป็นแหล่งพักผ่อนตากอากาศชั้นดี ที่คุณควรมาสัมผัส ด้วยหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใส ไม่แพ้หลีเป๊ะ เกาะเต่า หรือ พีพีเลย หากมาพักเป็นคู่ จะโรแมนติกมาก เพราะมีมุมชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลที่สวยมากที่หนึ่งบนเกาะกูด แถมมีร้านอาหารบรรยากาศใต้แสงเทียนใชเหมาะกับคู่รักสุดๆ
โมโกจูภาพจาก : http://ekaratch.multiply.com
โมโกจู ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักผจญภัยอย่างแท้จริง เพราะต้องใช้เวลาเดินเท้าไปกลับรวม 4-5 วัน แต่ถ้าคุณใจแข็งขึ้นไปพิชิตได้ สิ่งที่จะได้พบถือว่าคุ้มค่ามาก ด้วยทัศนียภาพสุดงามตลอดทางจนถึงจุดยอด ถ้าคุณคิดจะไป อย่าลืมฟิตร่างกายให้พร้อมด้วยล่ะ
 วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก)ภาพจาก www.facebook.com/ibirdstudio

สถานที่ท่องเที่ยวพิสูจน์หัวใจอีกแห่งหนึ่ง แม้ระยะทางจะไม่ไกลและไม่สูงมากนัก แต่การที่คุณจะขึ้นไปจุดสูงสุดของวัดภูทอกแห่งนี้ ที่เรียกว่า “พุทธวิหาร” คุณจะต้องเดินขึ้นบันไดและสะพานไม้สุดคดเคี้ยวและหวาดเสียว ฝ่าลมแรงขึ้นไปพบกับจุดชมวิวสุดลูกหูลูกตา ขอบอกเลยว่าไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินแรงศรัทธาของทุกคน
เขื่อนรัชชประภาภาพจาก www.500rai.com
เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลาน แห่งนี้ ได้รับฉายาว่า “มัลดีฟส์เมืองไทย” จากทิวทัศน์รีสอร์ทบ้านไม้ริมน้ำที่เรียงรายกัน ประกอบกับกระแสน้ำที่นิ่งสงบ มีพื้นหลังเป็นภูเขาและท้องฟ้าสดใส พร้อมกิจกรรมพายเรือแคนู ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปเลยล่ะ ใครที่ยังไม่ได้ไปเยือน ขอบอกเลยว่าคุณพลาดมาก !!
ดอยหลวงเชียงดาว

ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ดอยแห่งนี้เต็มไปด้วยป่าไม้นานาพรรณ และสัตว์ป่าหลากชนิดคุณจะได้พบกับเลียงผา กวางผา และนกพันธุ์หายาก พอคุณขึ้นไปถึงยอดดอย คุณอาจตกใจว่านี่คุณตายแล้วใช่มั้ย ถึงได้มาอยู่บนสวรรค์ มันจะสวยงามขนาดนั้นเชียวหรือ ? คุณเท่านั้นคือผู้พิสูจน์ เก็บกระเป๋าแล้วออกเดินทางซะ
เขาช้างเผือก
ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่ใน 1 ปี จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสธรรมชาติแค่ 3 เดือนเท่านั้น เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ ตลอดเส้นทางคุณจะพบกับป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า จุดไฮไลท์อยู่ที่ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียว เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาจะสามารถมองเห็นวิวได้รอบทิศทาง 360 องศา
วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ภาพจาก annvee14.wordpress.com
แหล่งท่องเที่ยวสุดลับฉบับลำปาง กับจุดชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา 360 องศา ที่จะทำให้คุณได้ยลโฉมวิวสุดอลังการของอำเภอต่างๆ โดยมี “ดอยปู่ยักษ์” ตั้งตระหง่านอยู่ ยอดเขามีลักษณะเป็นผาหินสูงชัน บนยอดที่สูงที่สุดนั้น มีรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ การจะขึ้นไปนั้นต้องอาศัยศรัทธาอย่างแรงกล้า
เกาะตาชัยภาพจาก www.andamanthailand99.com
เป็นไปไม่ได้เลย ที่เกาะสวรรค์ ของทะเลอันดามันแห่งนี้ จะหลุดโผไป เกาะตาชัย ตั้งอยู่ในเขต “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน” ด้วยหาดทรายขาวเม็ดละเอียด ยาวทอดตัวขนานกับผืนทะเลประมาณ 700 เมตร และการเดินท่องป่า สัมผัสชีวิตปูไก่  ที่สำคัญยังเป็นจุดดำน้ำดูปะการัง ที่สวยงามที่สุดอีกแห่งหนึ่งของเมืองไทยอีกด้วย

10 อันดับ อาหารไทย (Top 10 Thai Food) ◕‿◕


10 อันดับอาหารไทย (Top 10 Thai Food)

อันดับที่ 10
Por Pia Tord or Fried Spring Roll

image
หรือ ปอเปี๊ยะทอดสุดอร่อยนั่นเอง


อันดับที่ 9
Gai Pad Met Mamuang or Cashew Nuts In Stir-Fried Chicken

image

หรือ ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ อาหารระดับตำนานอีกจานของเมืองไทย

อันดับที่ 8
Som Tam or Spicy Papaya Salad

7586-attachment

หรือ ส้มตำ อาหารอีสานคลาสสิกที่ไม่มีใครไม่รู้จัก

อันดับที่ 7
Moo Sa-Te or Grilled Pork Sticks with Turmeric

หรือ หมูสะเต๊ะ อันหอมหวานพอดีลิ้น


อันดับที่ 6
Panaeng or Meat in Spicy Coconut Cream

image

หรือ พะแนง หวาน ๆ มัน ๆ เผ็ดเล็กน้อย พอปะแล่มลิ้น

อันดับที่ 5
Tom Yam Gai or Chicken Soup (Spicy)

image

หรือ ต้มยำไก่ อาหารจานเด็ดอีกรายการที่ถูกลิ้นถูกใจคนค่อนโลก

อันดับที่ 4
Tom Yam Goong or Spicy Shrimp Soup

image

หรือ ต้มยำกุ้ง สุดยอดอาหารไทยที่รู้จักทั่วโลก ดังขนาดต้องเอาไปตั้งชื่อหนังขายฝรั่ง

อันดับที่ 3
Tom Kha Kai Or Chicken In Coconut Milk Soup


image


หรือ ต้มข่าไก่ รสชาติและกลิ่นอันหอมหวลที่ใครก็ยากจะปฏิเสธ
อันดับที่ 2
Kang Keaw Wan Kai or Chicken Curry (Green)


image


หรือ แกงเขียวหวานไก่ อาหารจานเด็ดที่ประยุกต์ให้รับประทานได้กับหลากหลายเมนู
อันดับที่ 1
Pad Thai


image


หรือ ผัดไทย ของโปรดของใครหลายคนที่ถือเป็นอาหารประจำชาติกันเลยทีเดียว 

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

◕‿◕ โดราเอมอน ◕‿◕


โดราเอมอน (Doraemon) ◕‿◕

                    
                    โดราเอมอน (ญี่ปุ่น: ドラえもん Dora'emon โดะระเอะมง ) เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่องโดราเอมอน เป็นหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคต ในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 22 เกิดวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2655 (ค.ศ. 2112) ลักษณะตัวอ้วนกลมสีฟ้า (เมื่อแรกเกิดมามีสีเหลือง) ไม่มีใบหู เนื่องจากถูกหนูแทะ มีหน้าที่เป็นหุ่นยนต์พี่เลี้ยงซึ่งคนที่ซื้อโดราเอมอนมาคือเซวาชิเหลนชายของโนบิตะ วันหนึ่งเซวาชิเกิดอยากรู้สาเหตุที่ฐานะทางบ้านยากจน จึงได้กลับไปในอดีตด้วยไทม์แมชชีน จึงได้รู้ว่าโนบิตะ (ผู้เป็นปู่ทวด) เป็นตัวต้นเหตุ เซวาชิจึงได้ตัดสินใจให้โดราเอมอนย้อนเวลาไปคอยช่วยเหลือดูแลเวลาโนบิตะโดนแกล้งโดยใช้ของวิเศษที่หยิบจากกระเป๋าสี่มิติ
โดราเอมอนเคยได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์เอเชีย ให้เป็นหนึ่งในวีรบุรุษของทวีปเอเชีย และในวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2551 มาซาฮิโกะ คามูระ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ได้แต่งตั้งให้โดราเอมอนเป็นทูตสันถวไมตรีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยในการประชาสัมพันธ์วัฒนธรรมของประเทศ โดยนับเป็น "ทูตแอนิเมชัน" ตัวแรกของประเทศญี่ปุ่น
และโดราเอมอน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทูตโอลิมปิกฤดูร้อน 2020 อย่างเป็นทางการ

ต้นกำเนิด
โดราเอมอนถูกผลิตขึ้นในโรงงานสร้างหุ่นยนต์ที่เมืองโตเกียว เมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 2112 (พ.ศ. 2655) แต่ในระหว่างการผลิตเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ทำให้โดราเอมอนมีคุณสมบัติไม่เหมือนหุ่นยนต์แมวตัวอื่น ต้องเข้ารับการอบรมในห้องเรียนคลาสพิเศษของโรงเรียนหุ่นยนต์ (และได้พบกับเพื่อนๆ แก๊งขบวนการโดราเอมอน ที่นั่น) จนกระทั่งวันหนึ่ง ในงาน "โรบ็อต ออดิชัน" ซึ่งเป็นงานที่จัดให้มีการแสดงความสามารถของหุ่นยนต์ที่ได้ผ่านการอบรมแล้ว ด้วยความซุกซนของเซวาชิในวัยเด็ก เขาจึงได้กดปุ่มเลือกซื้อโดราเอมอนมาไว้ที่บ้าน ด้วยเหตุนี้ โดราเอมอนจึงได้มาอยู่อาศัยที่บ้านของเซวาชิ ในฐานะของหุ่นยนต์เลี้ยงเด็ก[7] แต่ในต้นฉบับดั้งเดิมนั้นจะแตกต่างกัน คือ โดราเอมอนได้ถูกนำไปขายทอดตลาด เพราะเป็นสินค้าไม่ได้คุณภาพ จากนั้นพ่อแม่ของเซวาชิจึงมาซื้อโดราเอมอนไปไว้ที่บ้าน
แต่เดิมนั้นตัวโดราเอมอนมีสีเหลือง และมีหู แต่แล้วในวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 2122 (พ.ศ. 2665)เซวาชิได้ใช้หุ่นยนต์หนูแก้รูปปั้นที่จะให้โดราเอมอนแต่หุ่นยนตหนูเข้าใจว่าให้แก้ที่หูของโดราเอมอน ขณะที่โดราเอมอนหลับอยู่นั้น ใบหูก็โดนหนูแทะจนแหว่งไปทั้ง 2 ข้าง และไม่สามารถซ่อมแซมให้เหมือนเดิมได้ หลังจากรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล หุ่นยนต์แมว "โนราเมียโกะ" (ノラミャー子) แฟนสาวของโดราเอมอนก็มาเยี่ยม แต่พอรู้ว่าโดราเอมอนไม่มีหู เหลือแต่หัวกลม ๆ โนราเมียโกะถึงกับหัวเราะเป็นการใหญ่ ทำให้โดราเอมอนเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็พยายามทำใจด้วยการดื่มยาเสริมกำลังใจ แต่โดราเอมอนหยิบผิดกลายเป็นดื่มยาโศกเศร้าแทน ทำให้เขาโศกเศร้ากว่าเดิม และร้องไห้ไม่หยุดอยู่ริมชายหาด 3 วัน 3 คืน จนสีลอกเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอย่างที่เราคุ้นเคยกันในปัจจุบัน หลังจากนั้นโดราเอมอนจึงเกลียดกลัวหนูเป็นอย่างมาก และไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองเกี่ยวกับเรื่องความรัก
นอกจากนั้น โดราเอมอนยังมีน้องสาวชื่อโดเรมี ที่จริงก็แค่ใช้เศษเหล็กแบบเดียวกันในการผลิต แต่โดเรมีใช้น้ำมันรุ่นใหม่ ขณะที่ผลิตโดราเอมอนอยู่ได้ทำชิปหล่นหายไป 1 ส่วน จึงทำให้หยิบของวิเศษผิดพลาดบ่อยๆ


❤ ดวงจันทร์ ●ω●


ดวงจันทร์ (moon)

ดวงจันทร์ เป็นดาวบริวารเพียงดวงเดียวของโลก จัดเป็นดาวบริวารขนาดใหญ่ลำดับที่ 5 ในระบบสุริยะ มีระยะห่างจากโลกเฉลี่ยนับจากศูนย์กลางถึงศูนย์กลางประมาณ 384,403 กิโลเมตร เทียบเท่ากับ 30 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก จุดศูนย์กลางมวลร่วมของระบบตั้งอยู่ที่ตำแหน่ง 1700 กิโลเมตรใต้ผิวโลก หรือประมาณ 1 ใน 4 ของรัศมีของโลก ดวงจันทร์โคจรรอบโลกในเวลาประมาณ 27.3 วัน[nb 1] เมื่อเปรียบเทียบการแปรคาบโคจรตามมาตรภูมิศาสตร์ระหว่างโลก-ดวงจันทร์-ดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดเป็นเฟสของดวงจันทร์ ซึ่งจะซ้ำรอบทุกๆ ช่วง 29.5 วัน(เรียกว่า คาบไซโนดิก)
เส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์มีค่าประมาณ 3,474 กิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสี่ของโลก ดังนั้นพื้นผิวของดวงจันทร์มีน้อยกว่า 1 ใน 10 ของพื้นผิวของโลก (ประมาณ 1 ใน 4 ของผืนทวีปของโลกเท่านั้น คิดเป็นขนาดใหญ่ประมาณรัสเซีย แคนาดา กับสหรัฐอเมริกา รวมกัน) มวลรวมของดวงจันทร์คิดเป็นประมาณ 2% ของมวลของโลก และแรงโน้มถ่วงเป็น 17% ของโลก
สัญลักษณ์แทนดวงจันทร์คือ ☾ ปี พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) นีล อาร์มสตรอง และ บัซซ์ อัลดริน นักบินอวกาศขององค์การนาซาเป็นมนุษย์ 2 คนแรกที่เหยียบลงบนพื้นดินของดวงจันทร์ กฎหมายอวกาศถือว่าดวงจันทร์เป็นสมบัติร่วมกันของมนุษยชาติ ตามสนธิสัญญาที่ใช้บังคับกิจกรรมของรัฐบนดวงจันทร์ ดวงดาว และวัตถุอวกาศอื่นๆ ค.ศ. 1979

สุริยุปราคา
       สุริยุปราคา
เป็นปรากฏการณ์ ตามธรรมชาติ ที่ดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์ โคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง ทำให้ดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ และเงาของดวงจันทร์จึงตกมาบน บริเวณ ต่างๆ บนโลก

     ผลกระทบ 
มีผลกระทบก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เนื่องจากการที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ ลดแสงลงเนื่องจากดวงจันทร์บังแสงดวงอาทิตย์ ทำให้สัตว์ต่างๆพากันกลับรังเพราะนึกว่าถึงเวลากลางคืนเห็นได้ชัดก็คือ นกชนิดต่างๆ จะบินกลับรัง ส่วนคนก็พากันตื่นเต้นและเตรียมการเฝ้าดูในปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มนุษย์มีโอกาสเห็น และได้ศึกษาการเกิดสุริยุปราคา และเกิดบริเวณใดของโลกวิธีดู เมื่อเกิดสุริยุปราคาไม่ควรดูด้วยตาเปล่า เพราะอาจทำให้ตาบอดหรือเป็นโรคตาได้ ควรใช้อุปกรณ์เป็นแผ่นฟิล์มถ่ายรูปขาวดำที่ใช้แล้ว นำมาซ้อนกัน 2 –3 แผ่น แล้วดูผ่านฟิล์มถ่ายรูป หรือใช้การมองผ่านกระจกที่รมควันให้แสงผ่านได้น้อยที่สุด
จันทรุปราคา
      จันทรุปราคา
จันทรุปาคา เป็นปรากฏการณ์ ที่โลกบังแสงดวงอาทิตย์ไม่ให้ไปกระทบที่ดวงจันทร์ ในบริเวณดวงอาทิตย์ในวันเพ็ญ ( ขึ้น 15 ค่ำ ) โดยโลกอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ทำให้เงาของโลกไปบังดวงจันทร์

       ผลกระทบ
 การเกิดจันทรุปราคาไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติเพราะเป็นช่วงกลางคืน แต่คนสมัยก่อนมีความเชื่อเช่นเดียวกับการเกิดสุริยุปราคา โดยเชื่อว่า “ราหูอมจันทร์” ซึ่งจะนำความหายนะ และภัยพิบัติมาสู่โลก คนจีนและคนไทยจึงแก้เคล็ดคล้ายกันเช่น ใช้วิธส่งเสียงขับไล่ คนจีนจุดประทัด ตีกะทะ ส่วนคนไทยก็เล่นกันก็ตีกะลา เอาไม้ตำน้ำพริกไปตีต้นไม้ เอาผ้าถุงไปผูกเพื่อล้างความโชคร้ายและให้ราหูโลกอมจันทร์”